Business

‘ศุภชัย’ ชี้ไทยจะไป 5.0 ได้ต้องมีศักยภาพการแข่งขันสูง แนะสร้างเด็กให้มีดิจิทัลสกิลตั้งแต่ ป.3



‘ศุภชัย’ ชี้ประเทศไทยเข้ายุค 5.0 ต้องยกระดับแรงงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ บรรยายหัวข้อ Digital Shift and Reshape ในสัมมนาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย “Improve the Dots” ว่าจากปัจจัยที่โลกเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จนเกิดเป็นความท้าทาย ซึ่งมีปัจจัยที่เกิดขึ้นด้วยกัน 6 ประการ คือ 1.การแพร่ระบาดโควิด-19 2.เงินเฟ้อรุนแรง 3.โลก 2 ขั้วอำนาจ 4.ภาวะโลกร้อน 5.การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล และ 6.การลดความเหลื่อมล้ำ โดยเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากนโยบายการอัดฉีดเศรษฐกิจทั่วโลก ภาวะการเมืองโลกที่เศรษฐกิจพยายามแบ่งเป็น 2 ขั้ว ซึ่งเริ่มกดดันประเทศทั่วโลกมากขึ้น ภาวะโลกร้อนที่ต้องกลับมาแก้ไขให้ได้ จากการบังคับกฎระเบียบให้การปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล ที่ทุกคนให้ความหวังกับการเติบโตมากขึ้น และการเติบโตโลกธุรกิจยังสามารถลดความเหลื่อมล้ำกันได้

นายศุภชัยกล่าวว่า ความมั่นคงเศรษฐกิจในอดีตอ้างอิงสิ่งมีค่าคือทอง หลังจากนั้นคือน้ำมัน หรือพลังงาน ปัจจุบันความผันผวนเศรษฐกิจและสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐได้ยึดสกุลเงินผูกกับน้ำมันเป็นสิ่งที่มูลค่าสูงสุดที่เป็นพื้นฐานเศรษฐกิจของโลกเริ่มสั่นคลอน เนื่องจากในอนาคตจะมีการลดการใช้น้ำมัน และหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ อีกทั้งการพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นในอนาคต คาดว่าเทคโนโลยีจะเป็นตัวชี้วัดการเติบโต และความพร้อมที่เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง

“เมื่อพูดถึงประเทศไทย เศรษฐกิจ 5.0 ไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูล แต่รวมถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม AI ที่เชื่อมโยงทุกส่วนของโลกเจ้าด้วยกัน สามารถเข้าถึงได้ เช่น รายได้การซื้อขายของหัวเว่ย มีจำนวนเครื่องมือถือมีการขายกำลังจะแซงแอปเปิ้ล ซึ่งจากการเปิดตัวมา 2 ปี มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นมาก โดยมองว่าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงสร้างมูลค่าให้กับตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเป็นผู้นำในโลกเทคโนโลยี จะมีการแข่งขันจะเป็นผู้นำอันดับ 1 มากที่สุด ซึ่งในระบบเทคโนโลยีที่เติบโตมากขึ้นในตลาด เริ่มพัฒนารถยนต์อีวีที่ใช้แบตเตอรี่เข้ามาใช้งาน ทั้งยุโรป จีน แม้แต่ญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีก็เกิดการแข่งขันสูงขึ้น

“ประเทศไทยจะไป 5.0 ได้ต้องมีนโยบาย ต้องมีศักยภาพการแข่งขันสูง และเกิดความมั่งคั่งต้องพัฒนาตัวเองสู่เทคโนโลยี เช่น การนำรถยนต์อีวีเข้าสู่นวัตกรรมไทย โดยการพัฒนาของเทคโนโลยีจะเข้ามาตั้งแต่แรก นวัตกรรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ แบตเตอรี่ พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีมากมายที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ไทยเรียนรู้จากการพัฒนาได้อย่างคุ้นเคยมากยิ่งขึ้น ในอนาคตจะสามารถกลายเป็นเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องนำเทคโนโลยีที่มีมาพัฒนาให้เกิดการต่อยอดในธุรกิจ

“อีกทั้งการนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจสตาร์ตอัพ ซึ่งใน 1 สตาร์ตอัพ จ้างบุคลากร 50 คนที่เป็นนวัตกร ให้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เป็นผู้เชื่อมโยงกับตลาด ให้รู้จักการทำตลาดให้เติบโต อีกทั้งให้เป็นผู้ช่วยอุตสาหกรรมเดิมให้ดียิ่งขึ้น สมมุติตั้งสตาร์ตอัพ 20,000 สตาร์ตอัพ ภายใน 5 ปี ไม่ว่าจะภายในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เท่ากับว่าเราจะมีคน 1,000,000 คน ที่สามารถอัพสกิลให้กับบุคลากรให้มีประสบการณ์และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเข้ามาเสริมสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้มากยิ่งขึ้น เช่น เกาหลีใต้มีการพัฒนาเกมมิ่งให้เติบโตมากในตลาดจากเทคโนโลยีที่ถูกปรับให้ทันสมัยจากการเทรนด์คนในประเทศที่มีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีสนับสนุนการจัดตั้งสตาร์ตอัพให้เกิดเป็นธุรกิจจริงให้เกิดขึ้นได้” นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า หากไทยจะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดมูลค่าจนเกิดเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม ต้องทำการเปิดการเรียนโดยจับมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศให้มากขึ้นจากสาขาที่มีอยู่แล้ว โดยจะเสริมในเรื่องการใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน รวมถึงการอบรมการเป็นผู้นำในเรื่องของธุรกิจ จะสามารถเพิ่มบุคลากรระดับโลกก็เกิดขึ้นได้ หากมีอุปกรณ์ หรือการลงทุนที่มากพอต่อการเรียนรู้ การลงทุนในเรื่องดังกล่าวจะสามารถเติบโตได้ไกล และสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งอนาคตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปกับระบบไอที จะสร้างความก้าวหน้า และเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้จะเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น รวมถึงเป็นแรงจูงใจให้กับผู้คนที่สนใจจัดตั้งธุรกิจระดับเนิ่มต้นอย่างราบรื่น

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องโลจิสติกต้องมีการเพิ่มโครงการทางรถไฟความเร็วสูงเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มสายรถไฟฟ้าความเร็วสูงภายในประเทศต่อจากต่างจังหวัดให้มากขึ้น อย่างบางซื่อ-โคราช และสามารถต่อจากโคราชไปฉะเชิงเทรา อีกทั้งการเพิ่มเส้นทางต่างประเทศที่ไทยเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ หากสามารถเพิ่มได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเติบโตขนาดสูงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น การเชื่อมโยงรถไฟกับกัมพูชา เมียนมา และสามารถต่อสายรถไฟไปถึงเวียดนาม รวมถึงการเพิ่มเส้นทางไปอินเดียจากความร่วมมือของหลายประเทศโดยมองถึงมูลค่าการเติบโตเศรษฐกิจเป็นที่ตั้ง สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้มากยิ่งขึ้น จากตลาดที่มีการเปลี่ยนผ่าน โดยเรื่องการส่งออกจะเติบโตตามจากช่องทางใหม่ๆ หากสามารถทำได้จะเติบโตเป็นตลาดแห่งเอเชียได้เลย จากการลงทุนที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และมองถึงอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น

“ความพร้อมของคน การสร้างคนให้เหมาะกับงาน โดยเริ่มเทรนด์เด็กให้มีดิจิทัลสกิลเริ่มจากประถมศึกษา 3 ซึ่งนำการใช้แท็บเล็ตเข้ามาเชื่อมโยงจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวประสาน เพื่อเสริมความรู้และเพิ่มความคุ้นเคยให้กับเด็ก โดยใช้กรอบการเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น การแนะนำภาพยนตร์สำหรับเด็ก แล้วให้เด็กสามารถสรุปเรื่องที่ดูออกมาได้ ซึ่งผลที่ได้สามารถเสริมสร้างความรู้ในหลายแง่มุม เป็นการพัฒนาการเรียนรู้ผ่านสมองในหลายองค์ความรู้ ซึ่งเมื่อเด็กเกิดความคิด และการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นจากเทคโนโลยีอาจจะจุดประกายการเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นจากการซึมซับตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อโตขึ้นสกิลที่เคยเรียนรู้จะเกิดการพัฒนา และสามารถเพิ่มการเรียนด้านนี้หลากหลาย เพิ่มอาชีพที่เกิดการเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมมากขึ้น

“Sensible Metropolis เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ คือการสร้างเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพ สร้างตลาดที่สามารถสร้างอุตสาหกรรม 10-20 อุตสาหกรรมในเวลาเดียวกัน โดยการลงทุนในเศรษฐกิจใหม่เริ่มจากการเป็นอยู่ดีขึ้น ความปลอดภัย สุขภาพ รวมถึงการเข้าถึงองค์ความรู้ หากมีนโยบายชัดเจน และมีการลงทุนระดับภาคและย่อยลงไป สามารถพาเศรษฐกิจโลกเดินหน้าไปอีกคืบ อีกทั้งเรื่องของโลก 2 ขั้วที่เกิดขึ้นจากผลกระทบเรื่องของสงครามรัสเซีย-ยูเครน มองว่าไทยสามารถดำเนินการถึงตอนนี้ทำได้ดีแล้ว จากการประคองให้ไทยเดินหน้าต่อในเศรษฐกิจโลกผันผวนและยังคงไปต่อ โดยประชาชนไม่ได้รับผลกระทบมาก” นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ที่กำลังใจของประชาชนในยุคที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนกับเรื่องที่ต้องใช้เงินสูง การไปต่อในธุรกิจ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เมื่อมีการตั้งความหวังก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยสามารตั้งเป้าหมายร่วมกัน ทำเรื่องที่เป็นความฝันที่ทำร่วมกัน และมีกำลังใจที่สร้างความทุ่มเทให้กับประเทศ ธุรกิจจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ และสามารถทำให้ประเทศไทยไปต่อได้ในอนาคต

The put up ‘ศุภชัย’ ชี้ไทยจะไป 5.0 ได้ต้องมีศักยภาพการแข่งขันสูง แนะสร้างเด็กให้มีดิจิทัลสกิลตั้งแต่ ป.3 appeared first on มติชนออนไลน์.



Supply hyperlink

Leave a Reply

Your email address will not be published.