Business

สินค้าขึ้นราคายกแผง ‘น้ำมันปาล์มขวด’ แตะ 70 ‘ต้นหอม-ผักชี’ พุ่งพรวดโลละ 80 บาท


เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวสำรวจสถานการณ์ราคาของแห้งของสดในตลาดสดย่านสะพานใหม่ ก่อนที่รัฐบาลจะปรับราคาน้ำมันดีเซลอีก 2 บาทต่อลิตรในวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 นี้

โดยภาพรวมร้านค้าต่างระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า สินค้าทุกรายการทางซัพพลายเออร์ได้ปรับราคาต้นทุนขนส่งและขายปลีกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคมนี้คาดว่าจะปรับราคาอีกระลอก

  • น้ำมันปาล์มขวดแตะ70บาท

นายบัญชา คำกิ่ง เจ้าของร้านจำหน่ายอาหารแห้ง กล่าวว่า ตอนนี้สินค้าขึ้นราคาทุกอย่าง โดยเฉพาะน้ำมันพืชปาล์มขวดขนาด 1 ลิตร ในเดือนเมษายนปรับขึ้นราคาต้นทุนขนส่ง 2 รอบ หรือขึ้นมา 35 บาทต่อลัง (จำนวน 12 ขวด) จาก 750 บาทต่อลัง เป็น 785 บาทต่อลัง ทำให้ราคาขายปลีกล่าสุดจากเดิม 68 บาท เป็น 70 บาทต่อขวด

“ตั้งแต่สงกรานต์การค้าขายเงียบมาก ยอดขายตกไป 40-50% เพราะเมื่อของแพงขึ้นคนก็ไม่ค่อยซื้อเยอะ หลังสินค้าทยอยปรับราคาขึ้นมาตลอด ซึ่งเมื่อของมาแพงเราก็ต้องขายแพงไปด้วย เช่น น้ำมันพืชปาล์ม แต่สินค้าไหนที่เป็นสินค้าล็อตเก่าเราก็ยังไม่ปรับราคาขายปลีก แต่ถ้าสั่งล็อตใหม่คงต้องปรับตามราคาต้นทุน” นายบัญชากล่าว

นางสำราญเจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป กล่าวว่า ขณะนี้สินค้าทุกรายการขึ้นราคาล่วงหน้าไปแล้ว และเดือนพฤษภาคมจะขึ้นอีกหลายรายการ อาทิ น้ำมันพืชขวด 1 ลิตร เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาปรับราคาขายปลีกน้ำมันถั่วเหลืองจาก 65 บาทต่อขวด เป็น 68 ต่อขวด ส่วนน้ำมันปาล์มปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน จาก 68 บาทต่อขวด เป็น 70 บาทต่อขวด หลังจากนี้คาดว่าจะปรับขึ้นอีก

“ของปรับราคาขึ้นตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่ไม่ขึ้นเลย จะขึ้นมากขึ้นน้อยเท่านั้นเอง และมีบางสินค้าที่ไม่ขึ้นราคาแต่ลดปริมาณลงก็มี ขณะนี้ ร้านค้ายังพอมีสินค้าล็อตเก่าจะยังไม่ปรับราคา แต่ถ้าสั่งล็อตใหม่ต้องปรับขึ้นแน่นอนตามต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น ไม่งั้นร้านค้าก็อยู่ไม่ได้ เพราะพอเศรษฐกิจไม่ดี คนซื้อของน้อยลง อย่างที่ร้านรายได้ลดลงถึง 50%” นางสำราญกล่าว

  • ซอสปรุงรส-น้ำพริกเผาขึ้นด้วย

นางกัญญา เจ้าของร้านจำหน่ายของแห้งกล่าวเสริมว่า ร้านได้ปรับราคาสินค้าขึ้นเกือบทุกรายการ อาทิ น้ำมันพืชปาล์มขวดขึ้นอีก 4 บาทต่อขวด จาก 65 บาทต่อขวด เป็น 69-70 บาทต่อขวด ซอสปรุงรสทุกขนาดขึ้น 2-3 บาทต่อขวด น้ำพริกเผาขนาด 500 กรัมขึ้น 15 บาท จาก 50 บาท เป็น 65 บาทต่อกระปุก และขนาด 1 กิโลกรัม จาก 105 บาท เป็น 120 บาทต่อกระปุก สินค้าธัญพืชมีปรับขึ้นราคาต้นทุนขนส่งแต่ราคาขายปลีกยังคงเดิม เช่น พริกไทยเม็ดขึ้นอีก 3 บาทต่อขีด ถั่วลิสงดิบขึ้น 3 บาทต่อกิโลกรัม

  • หอมแดง-พริกแห้งราคาพุ่ง-กระเทียมเริ่มลง

นอกจากนี้ยังมีน้ำปลาร้าขวดขึ้น 2 บาทจาก 15 บาท เป็น 17 บาทต่อขวด พริกแห้งขึ้น 20 บาทต่อกิโลกรัม จาก 120 บาท เป็น 140 บาทต่อกิโลกรัม หอมแดงปรับขึ้น 5 บาท จาก 50 บาท เป็น 55 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนกระเทียมราคาเริ่มปรับลดลงตามฤดูกาล แบบแกะจากเดิม 95 บาท อยู่ที่ 90 บาทต่อกิโลกรัม แบบยังไม่แกะจาก 100 บาท อยู่ที่ 95 บาทต่อกิโลกรัม วุ้นเส้นบรรจุห่อขนาด 500 กรัมขึ้นจาก 65 บาท เป็น 67 บาทต่อห่อ ขนาด 80 กรัม จาก 15 บาท เป็น 16 บาทต่อห่อ กะปิขึ้น 3 บาท จาก 13 บาท เป็น 16 บาทต่อกระปุก เส้นบะหมี่เหลืองขึ้น 2 ครั้ง ช่วงมกราคมกับเมษายน จาก 20 บาท เป็น 23 บาทต่อถุง (น้ำหนัก 500 กรัม)

“เดือนเมษายนของขึ้นราคาทั้งร้าน หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าพฤษภาคมนี้มีปรับราคาอีก ตอนนี้ที่ยังไม่ปรับราคา เช่น น้ำตาลปี๊บ เส้นหมี่ไวไว ซึ่งจากโควิด ภาวะเศรษฐกิจและของแพงรายวัน ทำให้ขายของยากขึ้น รายได้ลดลง 50%” นางกัญญากล่าว

  • รง.ขนมจีนอั้นไม่ไหวขึ้น 2 บาท

นางสุภา แม่ค้าขายขนมจีนแป้งหมัก กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากโรงงานผลิตขนมจีนรายใหญ่แห่งหนึ่งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้จะขึ้นราคาขายส่งขนมจีนอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม หลังไม่ได้ปรับราคามาตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งค่าใช้จ่าย วัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน ค่าภาชนะบรรจุภัณฑ์ เช่น ตะกร้าพลาสติก ฟิล์มปิดขนมจีน ปิดตะกร้าที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ที่ร้านต้องปรับราคาขายปลีกขึ้นตามจาก 20 บาท เป็น 22 บาทต่อกิโลกรัม

  • ต้นหอม-ผักชี-กะเพรา-ตั้งโอ๋ขึ้นพรวด

น.ส.สมใจ แม่ค้าขายผัก กล่าวว่า วันนี้มีผักบางชนิดที่ปรับราคาขึ้นสูง เช่น ผักชี ขึ้น 30 บาท จาก 50 บาท เป็น 80 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอม ขึ้น 50 บาท จาก 30 บาท เป็น 80 บาทต่อกิโลกรัม แตงกวา ขึ้น 3 บาท จาก 15 บาท เป็น 18 บาทต่อกิโลกรัม กะเพราขึ้น 10 บาท จาก 30 บาท เป็น 40 บาทต่อกิโลกรัม ถั่วฝักยาว ขึ้น 10 บาท จาก 40 บาท เป็น 50 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งโอ๋ ขึ้น 30 บาท จาก 70 บาท เป็น 100 บาทต่อกิโลกรัม พริกสวน ขึ้น 20 บาท จาก 100 บาท เป็น 120 บาทต่อกิโลกรัม

“ส่วนที่ราคาทรงตัว เช่น คะน้า อยู่ที่ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดขาวอยู่ที่ 20-25 บาทต่อกิโลกรัม และราคาเริ่มลง เช่น กะหล่ำปลี จาก 15 บาท เหลือ 10 บาทต่อกิโลกรัม มะนาว จาก 7-9 บาท เหลือ 3-4 บาทต่อลูก เป็นต้น” นางสมใจกล่าว

  • พรุ่งนี้หมูจ่อขึ้นราคา ”เนื้อไก่-เนื้อวัว” ทรงตัว

ด้านแม่ค้าหมูรายหนึ่งระบุว่า ราคาหมูจะปรับขึ้นทุกวันพระ ซึ่งวันพระล่าสุดปรับขึ้น 10 บาทต่อกิโลกรัม เช่น เนื้อแดงจาก 165 บาท เป็น 175 บาทต่อกิโลกรัม สามชั้นจาก 190 บาท เป็น 200 บาทต่อกิโลกรัม และในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) คาดว่าราคาจะขึ้นอีกเพราะถึงรอบปรับตามวันพระ แต่ยังไม่ได้รับแจ้งจากหน้าฟาร์มจะปรับขึ้นเท่าไหร่ คาดว่าจะไม่เกิน 5-10 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับวันพระที่ผ่านมา

“ราคาที่ขายแทบจะไม่ได้กำไร เพราะต้นทุนจากต้นทางมาแพง และจากภาวะเศรษฐกิจ คนก็ซื้อน้อยลง ทำให้รายได้ของร้านลดลง 30-40%”

นางสมสุข แม่ค้าขายไก่ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาเนื้อไก่ยังทรงตัว อาทิ เนื้ออก 90 บาทต่อกิโลกรัม สันใน 95 บาทต่อกิโลกรัม น่อง 75 บาทต่อกิโลกรัม สะโพก 80 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับแม่ค้าขายเนื้อวัวระบุว่าราคาทรงตัว เช่น เนื้อแดงอยู่ที่ 250 บาทต่อกิโลกรัม

  • ไข่เยี่ยวม้าขึ้นค่าขนส่ง 5 บาท/กล่อง

ด้านนางสนธยา แม่ค้าขายไข่ไก่ กล่าวว่า ร้านปรับราคาขายขึ้น 3 บาทต่อแผงตามราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้น 10 สตางค์ต่อฟอง เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยราคาไข่ไก่เบอร์ศูนย์อยู่ที่ 4.80 บาทต่อฟอง เบอร์หนึ่ง 4.90 บาทต่อฟอง เบอร์สอง 4.30 บาทต่อฟอง เบอร์สาม 4.2 บาทต่อฟอง เบอร์สี่ 4 บาทต่อฟอง

ส่วนไข่เยี่ยวม้าวันนี้ปรับราคาต้นทุนขายส่งขึ้น 5 บาทต่อกล่อง (จำนวน 50 ลูก) แต่ราคาขายปลีกยังคงเดิม 7 บาทต่อฟอง ขณะที่ไข่เค็มขึ้นเกือบ 1 บาท จาก 4.90 บาท เป็น 5.50 บาทต่อฟอง





Supply hyperlink

Leave a Reply

Your email address will not be published.